2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทจัดให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยดำเนินการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอเพิ่มระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และส่งคำถามเกี่ยวกับบริษัทได้ล่วงหน้าก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น โดยประกาศผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหลักเกณฑ์การให้สิทธิผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม และการส่งคำถามล่วงหน้า เผยแพร่อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ของบริษัท
  2. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับเลือกเป็นกรรมการ ได้ล่วงหน้าก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น โดยประกาศผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ โดยหลักเกณฑ์การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกเป็นกรรมการ เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามคุณสมบัติกรรมการ ต้องให้ความยินยอมในการเสนอชื่อ และส่งมอบใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานต่อบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการสรรหาของบริษัท ผ่านคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนต่อไป
  3. ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามระเบียบวาระที่แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมเสมอ และมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระการประชุม โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ตามมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
  4. เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ เว็บไซต์ของบริษัท และสำนักงาน ก.ล.ต. โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมกันในการรับรู้ข่าวสาร และไม่กระทำการใดๆ ที่จำกัดสิทธิในการเข้าถึงสารสนเทศของบริษัท หรือปิดกั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน
  5. กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และมีนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลและการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นลายลักษณ์อักษร ดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ Nominee หรือที่ปรึกษาวิชาชีพ ปฏิบัติตามนโยบายและระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
  6. มีการจัดการข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ โดยไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลก่อนการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเป็นการทั่วไปผ่านตลาดหลักทรัพย์ และแจ้งเตือน กรรมการและผู้บริหาร ต้องระงับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัทตามรอบระยะเวลา และก่อนการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น
  7. กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูง ต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ เมื่อเข้ารับตำแหน่งภายใน 30 วันทำการ และต้องแจ้งเกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขายต่อคณะกรรมการหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมาย เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ทุกครั้งเมื่อมีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการ ตามที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด
  8. กำหนดให้กรรมการรายงานการมีส่วนได้เสียต่อเลขานุการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น และบันทึกในรายงานการประชุมคณะกรรมการ และดูแลให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียอย่างมีนัยสำคัญ เว้นจากการมีส่วนร่วมในการพิจารณาวาระนั้น
  9. ดูแลการจัดการและติดตามรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ กำหนดแนวทางปฏิบัติในการทำรายการ ให้เป็นไปตามขั้นตอนดำเนินงาน หลักการเปิดเผยข้อมูล ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันที่เข้าข่ายต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น จะมีการชี้แจงรายละเอียดเหตุผลของการทำรายการต่อคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาและนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติก่อนการทำรายการ ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์