นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม

โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด มีการวางนโยบายการบริหารกิจการภายใต้บรรษัทภิบาลที่ดี ยึดมั่นคุณธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม บริษัทได้สนับสนุนให้หน่วยงานและบุคลากรใช้ศักยภาพ และความสามารถ ในการพัฒนาธุรกิจและสังคม รวมถึงร่วมมือกับเครือข่ายทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน  ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ และเพื่อนำไปสู่การเติบโตขององค์กรที่มั่งคงและยั่งยืนต่อไป

โดย โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ได้วางแนวการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมตามหลักการ 8 ข้อ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายละเอียดดังนี้

 

      1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักจริยธรรม ความเป็นธรรม โดยมีกำหนดนโยบาย ทั้งนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ จรรยาบรรณที่ส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานปฏิบัติตาม มีระบบการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยงที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้  และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียด้านต่างๆ  มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อลูกค้า ในการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ การปฏิบัติตามกติกาการแข่งขันทางการค้าที่สุจริต การทำข้อตกลงทางการค้ากับพันธมิตร/คู่ค้าที่ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม รวมถึงการมีช่องทางการร้องเรียนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียแจ้งข้อมูลกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

      2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทยังคงมุ่งมั่นต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2559  ทั้งนี้  ไตรมาสที่ 2/2562 ได้ผ่านการต่ออายุและรับรองการเป็นสมาชิกสมัยที่ 2 โดยมีสถานะการรับรอง 3 ปี  ซึ่งตลอดปี 2563 ไม่พบรายงาน หรือการกระทำผิดด้านทุจริตคอร์รัปชั่นเรื่องใดๆ

บริษัทมุ่งมั่นบริหารงานอย่างโปร่งใส ภายใต้ธรรมาภิบาล กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งสื่อสารข้อมูลให้กับผู้บริหารและพนักงาน ผ่านเว็บไซต์อินทราเน็ตภายใน จัดฝึกอบรมให้ความรู้กับพนักงาน และการปฐมนิเทศให้กับพนักงานใหม่มาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน หรือเบาะแสการกระทำทุจริต ทั้งจากพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่น   ด้านการสื่อสาร นอกจากบริษัทสื่อสารนโยบายการให้และรับของขวัญไปยังคู่ค้า และเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท ภายใต้หัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการ”    นอกจากนี้ การที่บริษัททำธุรกิจด้านสื่อ จึงมีส่วนสนับสนุนภาครัฐ ในการเผยแพร่สื่อและช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดีเรื่องดังกล่าว   ด้านกระบวนการควบคุมภายใน  และบริหารความเสี่ยง   มีคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่ดูแลติดตามการปฎิบัติงานการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับเหมาะสม ทั้งการขายและการตลาด การจัดซื้อ การทำสัญญา และการบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนกระบวนการทางบัญชี มีการ    สอบทาน และการตรวจสอบจากฝ่ายตรวจสอบภายในอยู่เป็นประจำ

 

      3. การเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทยึดหลักความเสมอภาค เท่าเทียม และเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน  ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานมีความเข้าใจและปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงการเคารพสิทธิมนุษยชน สิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบ ที่มีต่อตนเอง และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย  รวมถึงเสริมสร้างความเสมอภาคกัน  ด้วยการไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้หนึ่งผู้ใด  ทั้งเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สีผิว เพศ  ฯลฯ  ผ่านการบริหารด้านทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ  รักษาไว้ซึ่งสภาพการทำงานที่เป็นธรรม เคารพในความคิดเห็นของพนักงาน รวมถึงการมีระบบความปลอดภัยด้านการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั้งของพนักงานและลูกค้า  โดยไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือแสวงหาผลประโยชน์จากข้อมูลผู้อื่นโดยมิชอบ

 

      4. การปฎิบัติต่อเเรงงานอย่างเป็นธรรม

โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรทั้งด้านกระบวนการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร  แต่ยังให้ความสำคัญพนักงาน ด้วยการดูแลเอาใจใส่ ทั้งด้านค่าตอบแทน และสวัสดิการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม รวมถึงการประเมินผล การพัฒนาบุคลากร และความก้าวหน้าในการทำงาน ฯลฯ

นโยบายด้านการบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ

บริษัทปฏิบัติภายใต้กฎหมายแรงงาน มีการจ่ายค่าตอบแทนตามที่ตกลง และไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และมีการพิจารณาปรับค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และพิจารณาความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวของแต่ละหน่วยงานที่ชัดเจน สำหรับสวัสดิการ บริษัทยังคงมีสวัสดิการที่สนับสนุนทั้งด้านความมั่นคง สุขภาพ และสร้างความสุขให้กับพนักงาน อาทิ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต สุขภาพและอุบัติเหตุ สปอร์ตคลับ สวัสดิการเงินกู้ยืม จัดกิจกรรมในโอกาสต่างๆ ตามความเหมาะสม    ช่วงกลางปี 2563 บริษัทได้ย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่ จากอาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  ถนนแจ้งวัฒนะ มายัง โมโน 29 สตูดิโอ ถนนชัยพฤกษ์ บริษัทจัดบริการรถตู้รับ-ส่ง ระหว่างสำนักงานเดิม และสำนักงานแห่งใหม่ให้กับพนักงานในช่วงเช้ามาทำงาน และช่วงเย็นหลังเลิกงาน

 

นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัทได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบ Work from Anywhere ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยทำงานจากที่ใดก็ได้   ซึ่งบริษัทได้จัดเตรียมอุปกรณ์และระบบทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าถึงข้อมูล และให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น   สอดคล้องกับวิถีการทำงานแบบ New Normal  แต่ยังคงการสื่อสาร ระหว่างกัน ด้วยการประชุมผ่านทางออนไลน์แทน  เพื่อสามารถติดตามงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดสำนักงานใหม่แบบ Co-working space ทุกหน่วยงานสามารถทำงานร่วมกัน  และสร้างสภาพแวดล้อมบรรยากาศการทำงานที่มีความทันสมัย สวยงาม และมีความเป็นธรรมชาติควบคู่ เพื่อการทำงานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ และไร้กรอบจำกัด  ทั้งนี้ ในปี 2563  บริษัทได้วางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) อย่างเข้มงวด ทั้ง การกำหนดสัดส่วนจำนวนคนในการเข้าพื้นที่สำนักงาน การบันทึกรายชื่อผู้เข้าพื้นที่ การวัดอุณหภูมิ จุดบริการเจลแอลกอฮอล์ การเว้นระยะการนั่งทำงาน พนักงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะอยู่ในสำนักงาน  มีการฉีดยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณสำนักงานเป็นประจำ และสนับสนุนการทำงาน Work from Home เพื่อลดความเสี่ยงในพื้นที่ ฯลฯ

บริษัทได้จัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามกฎหมาย มาตรฐานสากล และข้อกำหนดอื่นๆ ทั้งการจัดการด้านพื้นที่ การสร้างความรู้ – จิตสำนึกให้แก่บุคลากร เช่น การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจำปี โดยบริษัทส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงาน และถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานทุกคนที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีร่วมกัน ทั้งนี้ ในปี 2563  ไม่ปรากฎว่ามีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ หรืออัตราการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน

นอกจากนี้  บริษัทมีช่องทางให้พนักงานสามารถแจ้งปัญหาและข้อร้องเรียนต่างๆ ผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้นๆ รวมถึงการแจ้งการกระทำความผิดที่เกิดในองค์กร สามารถแจ้งผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น หรือผ่านทรัพยากรบุคคล ด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและคณะกรรมการบริษัท จะดำเนินการหาข้อเท็จจริงเพื่อหาทางแก้ไข หรือลงโทษผู้กระทำผิด และบริษัทจะให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้แจ้ง และมิให้ได้รับผลกระทบต่อสถานภาพการทำงาน

 

นโยบายด้านการพัฒนาพนักงาน

บริษัทยังคงสานต่อนโยบายของการเป็น “องค์กรแห่งการพัฒนาและเรียนรู้” โดยการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ ของพนักงาน ควบคู่กับการปลูกฝังวัฒนธรรมและจริยธรรมขององค์กร  โดยบริษัทได้จัดแนวทางการพัฒนาพนักงาน ดังนี้

  • การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และลงมือทำงานจริง (Experience) เป็นการสอนงานและถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ในงานผ่านหัวหน้างาน และสนับสนุนให้พนักงานกล้าคิดและทำสิ่งใหม่ๆในงาน หรือเรียกว่า On the job training ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง
  • การถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในสายงาน (Knowledge Stream) เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ได้ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยน โดยผ่านกระบวนการ 3 แบบ ได้แก่ Tutor (แบบห้องเรียน) Buzz (แบบสภากาแฟ) Note (แบบนักเขียน) ซึ่งจะพิจารณาตามเนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ และความเชี่ยวชาญนั้นๆ ของผู้ถ่ายทอด
  • การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Evaluation) เปิดโอกาสให้ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน ได้แนะนำ (Coaching) และให้คำปรึกษา (Consulting) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การติชม และคำแนะนำในการทำงานร่วมกัน ผ่านการประชุมและช่วงการประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • การศึกษาหาความรู้และอบรมเพิ่มเติม (Education) จัดหลักสูตรฝึกอบรมที่เหมาะสม ตามความต้องการของแต่ละหน่วยงาน พร้อมสนับสนุนการจัดส่งอบรมหลักสูตรที่พนักงานสนใจ รวมถึงการสร้างเครื่องมือบริหารจัดการองค์ความรู้ Knowledge Management (KM) เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานแบบ New Normal บริษัทได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาให้เกิดความเหมาะสม ดังนี้

  1. แบบ Virtual Class ร้อยละ 70 การเรียนจำลองในห้องเรียน วิทยากรสอนออนไลน์ มีการแบ่งกลุ่ม และ Workshop ซึ่งผู้เรียนจะรู้สึกเหมือนเรียนในรูปแบบปกติ
  2. แบบ Online Class ร้อยละ 30 เป็นหลักสูตรลักษณะความรู้ แนวทางการทำงาน ขั้นตอนระบบ เทคนิคต่างๆ ซึ่งไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง และพร้อมให้ผู้เรียนเข้าเรียนตลอดเวลา

ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทได้จัดสรรงบประมาณด้านการพัฒนาบุคลากรเป็นจำนวนรวมประมาณ  87,000 บาท และมีพนักงานเข้าร่วมการฝึกอบรมทั้งสิ้นประมาณร้อยละ 94.75 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

 

      5. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการใน 2 มิติ คือ มิติด้านสื่อการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และมิติการดูแลลูกค้าและผู้บริโภค

ด้านสื่อการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อและข้อมูลความบันเทิง บริษัทรับผิดชอบต่อผู้บริโภค โดยนำเสนอทั้งสาระ ความรู้ ความบันเทิง อย่างถูกต้องครบครัน รายงานข้อเท็จจริงด้วยจรรยาบรรณ อย่าง MThai สื่อในเครือ ได้รับการยกย่องจากการรายงานข่าวสารที่รวดเร็ว มีจริยธรรม และได้รับการขอบคุณจากกองปราบปราม ว่าเป็นหนึ่งใน “ทีมประเทศไทย” จากเหตุการณ์กราดยิงโคราช รวมถึง MThai ยังได้รับรางวัลดีเด่น สื่อมวลชนด้านภัยพิบัติ โดยศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ไทยพีบีเอส  และเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่าง ช่วง “เจษฎาบอกต่อ” ในรายการ ข่าวเช้า Good Morning Thailand ทางช่อง MONO29 นำเสนอเรื่องราวดีๆ สร้างสรรค์สังคม และสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดี  อีกทั้ง ในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 บริษัทยังเกาะติดสถานการณ์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงผู้ชมในสื่อทุกช่องทางของบริษัท ทั้งทางทีวี และทางออนไลน์

ด้านการดูแลลูกค้าและผู้บริโภค บริษัทพร้อมแนะนำการให้บริการ รับเรื่องร้องเรียน ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทอย่างดีที่สุด โดยบริษัทมีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบดูแลลูกค้าและผู้บริโภคของแต่ละธุรกิจ  อาทิ ทีมขายและการตลาด หน่วยงาน Call Center    เว็บมาสเตอร์    เจ้าหน้าที่ดูแลเพจโซเชียลมีเดีย ทีมเทคนิค เป็นต้น

 

      6. การดูเเลรักษาสิ่งเเวดล้อม

สำหรับการย้ายที่ทำการสำนักงานแห่งใหม่ บริษัทได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น โดยจัดทำระบบเอกสารภายใน อาทิ บันทึกการขออนุมัติ, การเบิกเงินสดย่อย, การเบิกเงินทดรอง, การแจ้งข้อมูลสลิปเงินเดือน  เป็นระบบผ่านออนไลน์ทั้งหมด เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการ ช่วยลดต้นทุนและ สนับสนุนให้พนักงานใช้ทรัพยากรกระดาษอย่างคุ้มค่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้กระดาษสองหน้า การนำอุปกรณ์กิจกรรมมาดัดแปลงใช้ใหม่ การแยกประเภทขยะ  นอกจากนี้  สำหรับกิจกรรมภายนอกด้านสิ่งแวดล้อม  บริษัทดำเนินโครงการบริจาคเสื้อผ้า ให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสวมใส่ในการดับไฟป่า  และใช้ห่มสัตว์บาดเจ็บจากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ  และในปีที่ผ่านมา  ไม่มีธุรกิจใดในโมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ที่ทำให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม


7. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

พันธกิจสำคัญข้อหนึ่งของบริษัท คือการร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจ ในปี 2563 บริษัทได้ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนหรือสังคม ดังนี้

  • โครงการ MONO CSR Online สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์เพื่อช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านทางเว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก คลิกดีทำดี
  • โครงการผลิตสื่อวิดีทัศน์ เพื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้กับ กรมอนามัย จำนวน 2 เรื่อง
  • โครงการ MONO ร่วมจิตอาสาผู้บริหาร พนักงาน และผู้ประกาศข่าว ร่วมใจจัดทำหน้ากาก Face Shield  1,200 ชิ้น เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ สถาบันบำราศนราดูร, กรมควบคุมโรค, โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • โครงการ MONO29 บริจาคชุด PPE, เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และหน้ากาก N95 ให้กับ 10 โรงพยาบาลในต่างจังหวัด
– โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา – โรงพยาบาลปทุมราชวงศา จังหวัดอํานาจเจริญ
– โรงพยาบาลสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส – โรงพยาบาลโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด
– โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี – โรงพยาบาลท่าหลวง จังหวัดลพบุรี
– โรงพยาบาลอํานาจเจริญ จังหวัดอํานาจเจริญ – โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี
– โรงพยาบาลหัวตะพาน จังหวัดอํานาจเจริญ – โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่

 

  • โครงการมอบหน้ากากอนามัยให้เด็กเล็ก รวม 3,500 ชิ้น จำนวน 20 โรงเรียน
  • โครงการบริจาคขวดน้ำอัดลม 25 ลิตรและ 750 มิลลิลิตร ให้กับโรงพยาบาลมหาสารคาม สำหรับผลิตเป็น Volumetric Spacer สำหรับใช้พ่นยาขยายหลอดลมของผู้ป่วย
  • โครงการส่งมอบหนังสือดีของสำนักพิมพ์ในเครือ โมโน เน็กซ์ ให้กับโรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วย
  • โครงการบริจาคสิ่งของเหลือใช้สภาพดี มอบให้มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิดร.พิชนี โพธารามิก เพื่อเด็กและคนชรา และโรงเรียนต่างๆ
  • โครงการบริจาคขวัญ ของรางวัล และทุนการศึกษา ให้กับโรงเรียนและศูนย์เยาวชนต่างๆ รวม 8 แห่ง เพื่อใช้ในกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ
  • โครงการบริจาคปฏิทิน และกล่องของขวัญ ให้ศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอด จังหวัดนนทบุรี
  • โครงการ MONO MARKET ตลาดขายของออนไลน์สำหรับเพื่อนพนักงาน และผู้ที่เคยร่วมงานกับโมโน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ส่งเสริมให้พนักงานมีรายได้เสริม และให้พนักงานสนับสนุนซึ่งกันและกัน
  • งานทำบุญทอดกฐินสามัคคีเพื่อสร้างอุโบสถ เสนาสนะ และซื้อที่ดินเข้าออกวัด ณ วัดพุทธพรหมยาน จังหวัดฉะเชิงเทรา

      8. การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรมซึ่งได้จากการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อและข้อมูลความบันเทิง บริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารและข้อมูลที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานและบุคลากรในองค์กร ใช้ทักษะความสามารถเพื่อร่วมพัฒนาสังคม ดังนี้

MThai.com เว็บไซต์ในเครือ โมโน เน็กซ์ ร่วมกับ สำนักงานกสทช. จัดโครงการ “อัปคลิปพิชิตแสน ปี 6” ภายใต้หัวข้อ “CYBERBULLYING?” เป็นการประกวดภาพยนตร์สั้น ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน และบุคคลทั่วไป อายุไม่เกิน 25 ปี ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ เพื่อรณรงค์การใช้โซเชียลมีเดียไปในทางที่เหมาะสม และลดการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์ รวมถึงจัดกิจกรรมโรดโชว์ไปประชาสัมพันธ์โครงการในมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมทีมวิทยากรที่ให้ความรู้ทางเทคนิคและเกณฑ์การตัดสิน ผลงานที่ได้จะนำมาใช้ประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

MThai.com และบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ร่วมจัด “โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ค่านิยมและความเป็นไทย” (ไทยดี มีมารยาท ปี 2) เป็นการประกวดภาพยนตร์สั้น ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน อายุไม่เกิน 25 ปี สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ความยาว 3-5 นาที หัวข้อ “ไทยดี มีมารยาท New Normal” เข้าประกวด เพื่อร่วมเป็นกระบอกเสียงและประพฤติตนตามหลักมารยาทของสังคมไทย รวมถึงการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องเหมาะสม พร้อมเสนอเนื้อหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งได้รับผลตอบรับจากนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ

โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในช่วงเดือน กันยายน – พฤศจิกายน 2563 ซึ่งถือว่าสถานการณ์การระบาดรอบแรกโดยรวมดีขึ้น จึงจัดกิจกรรมคนเท่เที่ยวไทย ตามภูมิภาคต่างๆ  4 ภูมิภาค คือ จังหวัดศรีสะเกษ  จังหวัดพิจิตร วัดขุนอินทประมูล จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยกิจกรรมภายในงานพบของดี-ของเด่นของจังหวัด และมีการจัดหนังกลางแปลงระบบ 3 มิติ

ช่อง MONO29 บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด เปิดสตูดิโอถ่ายทำรายการต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เข้าเยี่ยมชมบริษัท, สนามกีฬาบาสเกตบอล Stadium29 สนามมาตรฐานระดับโลก และชมกระบวนการถ่ายทอดสด รายการข่าว “เจาะข่าวเด็ด The Day News Update” เพื่อเปิดโลกทัศน์ และเป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษา มีโอกาสเรียนรู้นอกตำราและนอกสถานที่ พร้อมจัดประชุมหารือ การร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนขั้นภูมิภาค  นอกจากนี้  คุณเบญจวรรณ สมสิน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายข่าวของช่อง MONO29 ได้รับเกียรติเป็นตัวแทนเข้าร่วมงานเสวนา หัวข้อ “นักสื่อสาร Convergence : สื่อถึงใจหลากหลายแพลทฟอร์ม” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และศูนย์สื่อสร้างสรรค์ภาคตะวันออกพร้อมทั้งภาคีเครือข่าย ภายใต้โครงการ “กิจกรรมพัฒนาเยาวชนนักสื่อสาร Convergence เพื่อผลิตสื่อรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และ การพัฒนาเนื้อหาข่าวสุขภาวะชุมชน”

รวมถึง ปี 2563 โมโน เน็กซ์ และบริษัทในเครือ ได้รับรางวัล ดังนี้

รายการ “เรื่องเด่นประเด็นดัง Toptalk Daily” สถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ได้รับโล่ รางวัลเกียรติยศ “ตาชั่งทอง 2563” ในฐานะผู้ให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชน

MThai.com เว็บไซต์ภายใต้บริษัท โมโน ไซเบ้อร์ จำกัดรับรางวัลดีเด่น สื่อมวลชนด้านภัยพิบัติ  “Outstanding Award on Disaster News Coverage 2020 (Members of New Media)”  โดยศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ไทยพีบีเอส ที่ต้องการให้เกิดการสื่อสารด้านภัยพิบัติอย่างถูกต้องจากการร่วมมือกันของสื่อมวลชนทุกภาคส่วน ในการนำเสนอข่าวสาร ข้อมูลอย่างถูกต้องทันเหตุการณ์

 

ท่านที่สนใจสามารถติดตามรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมฉบับเต็มได้จากแบบรายการแสดงข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) โดยรายละเอียดข่าวของกิจกรรมต่างๆ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.mono.co.th/csr