1. การกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทตะหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ แสดงถึงการมีระบบการบริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น และเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายของบริษัท โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท ความโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ

ทั้งนี้ นโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ จรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ที่บริษัทกำหนดขึ้น เพื่อเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจและแนวทางการดำเนินงาน โดยมีการเผยแพร่และสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน รับทราบและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ผ่านการปฐมนิเทศ บอร์ดประชาสัมพันธ์ อินทราเน็ท และเว็บไซต์ของบริษัท อีกทั้ง ในปี 2560 บริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ซึ่งการปฏิบัติตามนโยบายต่างๆ มีการติดตามผ่านหน่วยงานตรวจสอบภายในและหน่วยงานกำกับดูแล มีการรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลให้บริษัทได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2560 ในระดับดีเลิศ หรือ 5 ดาว และได้รับคะแนนเต็มร้อยในการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย อีกทั้งยังได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตอีกด้วย

นโยบายกำกับดูแลกิจการ ครอบคลุมหลักการสำคัญ 5 หมวด ดังนี้

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
  2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

ดาวน์โหลด นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

การดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบาย

บริษัทกำหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณทางธุรกิจ จรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน อย่างเคร่งครัด มิใช่การปฏิบัติตามความสมัครใจ และไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบแนวปฏิบัติที่กำหนดขึ้นนี้ผู้บริหารทุกระดับในองค์กร จะต้องดูแลรับผิดชอบและถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะดำเนินการให้พนักงานภายใต้สายบังคับบัญชาของตนทราบ เข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างจริงจัง และทางบริษัทมีมาตรการการตรวจสอบและกำหนดบทลงโทษทางวินัยสำหรับดำเนินการกับพนักงานที่ละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย

การรับและพิจารณาข้อร้องเรียน

บริษัทจัดช่องทางการรับเรื่องเกี่ยวกับบรรษัทภิบาลของบริษัท (CG Hotline) ไว้สำหรับเปิดรับข้อร้องเรียน ข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ รวมถึงการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร (Whistle Blowing) ทั้งจากพนักงานเอง และผู้มีส่วนได้เสียอื่น เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติตามการดูแลกิจการที่ดี โดยช่องทางการรับเรื่องเกี่ยวกับบรรษัทภิบาลของบริษัท มี 5 ช่องทาง ได้แก่

1. โทรศัพท์

2. โทรสาร

3. เว็บไซต์ของบริษัท หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ที่ cghotline@mono.co.th

4. ยื่นเรื่องโดยตรงที่เลขานุการบริษัท หรือทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของบริษัท

5.ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โดยตรงถึงกรรมการอิสระ 3 ท่าน ซึ่งเป็นกรรมการตรวจสอบของบริษัท

และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ร้องเรียน และผู้แจ้งเบาะแส บริษัทให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลร้องเรียนเป็นความลับ และได้กำหนดขั้นตอนการรับเรื่องและการสอบสวนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจะรับรู้เพียงเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมายและเกี่ยวข้องด้วยเท่านั้น และสำหรับผู้ร้องเรียนที่เป็นพนักงาน จะได้รับความคุ้มครอง มิให้ได้รับผลกระทบต่อสถานภาพการทำงาน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและลดการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานและบริหารงานของบริษัท อันจะทำให้สูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ เลขานุการบริษัท จะร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาข้อร้องเรียนหรือคำถามเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานและการบริหารงานของบริษัท หรือเรื่องที่เป็นการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย แล้วให้รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท โดยมีข้อพิจารณา ดังต่อไปนี้

(ก)  ข้อร้องเรียนหรือข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้น เกี่ยวกับการฉ้อโกงหรือปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท อันจะทำให้บริษัท เสียหายหรือสูญเสียประโยชน์ ที่พึงจะได้รับ

(ข) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกฎหมาย หลักเกณฑ์และข้อกำหนดต่างๆ ที่บริษัทจะต้องปฏิบัติตาม

(ค) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานและนโยบายบัญชีและการเงินของบริษัทที่กำหนดไว้แล้ว

(ง) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรายการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) หรือรายการเกี่ยวโยง (Connected Transaction) กับบริษัท ที่เข้าข่ายตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือตลาดหลักทรัพย์

(จ) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับงบการเงินและข้อมูลทางการเงินของบริษัท

(ฉ) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัท

(ช) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ และเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชั่น

(ซ) ข้อร้องเรียนอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการตรวจสอบกำหนดเพิ่มเติม